
ตอนที่ 2 เรื่อง พระองค์ละร้อยที่ไม่ธรรมดา
พระองค์ละร้อยที่ไม่ธรรมดา
จักเป็นเรื่องราวที่ผมได้พูดคุยกับหลวงปู่ก๋วนท่าน และได้รับรู้จากพระลูกศิษย์อันดับอาวุโส คือ หลวงพ่อมหา (พระอาจารย์มหาบุญมี) พระอาจารย์สันต์ พระอาจารย์น้ำเพชร เมตตาเล่าให้ผมฟัง แล้วก็มีบางส่วนที่หลวงพี่แมวได้กรุณาเล่าให้ฟัง
จากการที่ผมได้ไปหาหลวงปู่ก๋วนท่านอยู่เนืองๆ หลวงปู่เป็นพระที่มีพลังอำนาจกระแสจิตตานุภาพสูงส่งมาก ในทุกอณูแห่งลมหายใจเข้าออกของผม ผมค่อนข้างจะระวังกาย วาจา และอารมณ์ความคิดอย่างมากจะสำรวมทุกครั้งเมื่อได้อยู่ใกล้ท่าน เพราะกลัวจะเป็นบาปเมื่อได้อยู่ใกล้สงฆ์อริยะเจ้าหากมีการพลั้งเผลอทางอารมณ์ โดยมีความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่าท่านไม่ใช่พระธรรมดา ครั้งแรกที่พบท่าน ผมไปกับหลวงตา ท่าน เจ้าคุณพระเทพวงศาจารย์ไปตอนออกพรรษาปี 2540 เมื่อพระอาจาริยะสองรูปพบเห็นหน้ากัน หลวงตาของผมได้ก้มลงกราบหลวงปู่ก๋วน และหลวงปู่ก๋วนเองท่านก็พนมมือรับไหว้ท่านกล่าวกับหลวงตาของผมว่า “ท่านมหาบุญมีสำเร็จแล้ว” ..ผมเอง...ไม่เข้าใจในคำว่าสำเร็จ (อ่านข้อความที่ผมเขียนขอความกรุณาทุกท่านอย่าได้ปรุงแต่งอารมณ์ของตนเองต่อเนื่อง นะครับ ) ว่าหมายถึงอะไรก็ไม่ขอต่อความเห็นจากความหมายนี้แล้วกันนะครับเพราะไม่ใช่เรื่องของโยมอย่างผม มันเป็นระดับขั้นภาคปฏิบัติแห่งจิต ช่วงระหว่างที่หลวงตาผมกับหลวงปู่สนทนาธรรมกันนั้นบรรยากาศภายในกุฏิหลังเล็กๆที่หลวงปู่อยู่มีลมพัดไปมาอย่างอ่อนโยน สบายๆ ...หลวงปู่อาศัยอยู่ภายในกุฏิกระต๊อปหลังเล็กๆสีออกไข่ไก่ซีดๆของท่าน ภายในห้องกุฏิของหลวงปู่เมื่อมองผ่านตรงประตูเข้าไปผมเห็นรูปใบใหญ่รูปหนึ่งเป็นภาพถ่ายรูปใหญ่สมัยที่หลวงปู่ก๋วนท่านยังเป็นหนุ่มๆ ยังไม่ได้บวชถ่ายแขวนเอาไว้บนคานกุฏิ ช่วงอึดใจนึงผมเห็นหลวงตาถามหลวงปู่ว่า ”หลวงปู่แข็งแรงดีนะ”ภิกษุผู้นั่งขัดสมาธิเอาผ้าจีวรพาดบ่าตอบกลับหลวงตาว่า “ข้างบนเขาขอแล้ว” พร้อมๆกับที่ท่านชี้มือขึ้นไปบนฟ้า หลวงตาผมจึงได้ตอบกลับไปหาหลวงปู่ว่า ” ขอกราบนิมนต์หลวงปู่อยู่ครบ 100ปีครับ ” ผมเห็นอาการหลวงปู่ก๋วนท่านนั่งนิ่ง บรรยากาศในขณะนี้ช่างเงียบกริบเสมือนหนึ่งท่านกำลังเจริญกรรมฐานไปพร้อมๆกับอาการพิจารณา...ท่ามกลางความเงียบ....หลวงตาของผมจึงได้กล่าวกับหลวงปู่ว่า “พระสี่องค์นี้ผมขอนะครับ..... (เป็นพระพิมพ์สมเด็จซุ้มระฆังพิมพ์ใหญ่มีสองพิมพ์) ...พอดีผมเห็นตกอยู่บนพื้นหญ้า” ..(..พระที่ปั๊มเสร็จถูกตากแดดอยู่บนสังกะสีบ้าง อย่บนแคร่ไม้ไผ่ระแนงบ้าง ...ช่วงที่หลวงตาเก็บพระจากพื้นดินพื้นหญ้า ผมเห็นหลวงตาของผมท่านอมยิ้มอย่างแปลกประหลาด...ถัดไปทางขวามือของทางเดินผมเห็นชาวบ้านคนนึงนั่งอยู่บนเครื่องปั๊มคันโยกมือกำลังปั๊มพระ.....) ปัจจุบันพื้นที่ตรงนี้ก็คือศาลาโปร่งอุโบสถหลังใหม่ที่อาจารย์น้ำเพชรสานต่อเจตนารมณ์ของหลวงปู่สร้างสำเร็จลุล่วงแล้ว) หลวงตาของผมพูดเสร็จ หลวงปู่ท่านจึงได้ตอบว่า “ พระทำไว้ขาย องค์ละร้อย ” หลวงตาของผมยิ้มออกมาจากมุมปากนิดหนึ่ง..... ก่อนกลับหลวงตาท่านได้ถวายปัจจัยให้กับหลวงปู่โดยใส่ในซองสีขาวแล้วกล่าวว่า “ถวายหลวงปู่ไว้กินขนมครับ”
หลายท่านคงจะสงสัยใน “พระองค์ละร้อย ”ที่หลวงปู่ก๋วนท่านกล่าวถึงคือพระสมเด็จปี 2540 หลวงปู่ท่านสร้างเอาไว้จำหน่ายเพื่อเอาไว้ปรับปรุงเสนาสนะของวัดอย่างเงียบๆไม่ได้ไปบอกกล่าวที่ไหนเพราะท่านเองก็ไม่อยากไปรบกวนญาติโยม ใครมาเห็นมาทำบุญก็บูชาไปเป็นศิริมงคลในชีวิตและก็มีบ้างที่มอบให้กับพระวัดอื่นๆที่ขอให้หลวงปู่สร้างพระเนื้อผงให้ (..... จากคำบอกเล่าของพระอาจารย์น้ำเพชร..เท่าที่จำได้มีอยู่วัดหนึ่งที่เคยให้หลวงปู่ช่วยสร้างให้คือ วัดเขาบ่อทอง..(ใครมีพระสมเด็จวัดเขาบ่อทองปี2540 ลองเทียบเคียงหาข้อมูลดูนะครับว่าจะใช่พระที่หลวงปู่ก๋วนท่านทำให้กับวัดเขาบ่อทองหรือเปล่า จะมีกี่พิมพ์พระสมเด็จ รายละเอียดองค์พระมีลักษณะอย่างไร อันนี้ผมต้องขอโทษท่านผู้อ่านด้วยครับ ไม่ทราบจริงๆ เพราะเป็นคำบอกเล่าจากท่านอาจารย์น้ำเพชร))......และเพื่อเอาไว้สร้างโบสถ์ในอนาคต พระรุ่นนี้ปีนี้เป็นพระที่หลวงปู่ก๋วนได้กล่าวกับ “ตาปื๊ด” ซึ่งเป็นเพื่อนของผมในชาติปัจจุบันแต่หลวงปู่ก๋วนท่านบอกกับตาปื๊ดว่า ผมกับปื๊ดเป็นพี่น้องกันในอดีตชาติ แล้วท่านได้บอกกับตาปื๊ดอีกว่า “เอาปืนลองเลย ยิงไม่ออก” แสดงว่าตาปื๊ดลองยิงได้คนเดียวคนอื่นลองไม่ได้เดี๋ยวจะติดกรรม ต้องกล่าวแบบนี้เพราะอาจจะมีผู้เหมารวมว่าหลวงปู่อนุญาต แต่จริงๆแล้วหลวงปู่พูดกับใคร ใครคนนั้นลองยิงได้ คนอื่นจะยิงจะลอง ทำไม่ได้นะครับเดี๋ยวจะติดกรรม ท่านอนุญาตตาปื๊ดคนเดียว อันกรรมนี้เป็นเพราะคนเรามีกรรมไม่เท่ากัน หรือหากบางคนสุดโต่งอยากจะลองอันนี้ก็ปัจจัตตังอีกครับ พระรุ่นนี้แต่ก่อนหลวงพ่อมหาบุญมีได้มอบให้กับครอบครัวผมไว้ 3 องค์ เป็นพิมพ์ซุ้มระฆังเรียบมีตัวซุ้มกับส่วนที่เป็นลำตัวพระนูนออกมา กับพิมพ์ซุ้มระฆังที่พื้นที่ภายในซุ้มระฆังต่ำกว่าพื้นที่รอบนอกซุ้มระฆังสำหรับองค์พระจะนูน พระของหลวงปู่ผมได้ให้ตาปื๊ดไป 1องค์และให้น้องชายคนเล็กไป 1 องค์ เป็นแบบเรียบ คงเหลือที่ผมอีก1 องค์เป็นนูนต่ำ แต่ช่างน่าเสียดายที่น้องชายคนเล็กทำพระองค์นี้หาย พระรุ่นปี 2540 สร้างประสบการณ์ให้เห็นกับตัวผมโดยคุ้มครองผมไว้เป็นมหาอุดจากการถูกสันขื่อของบ้านกระแทกตรงกลางกะหม่อมอย่างแรงเกิดจนทุกคนในบ้านบอกว่าเสียงอะไรชนกับขื่อบ้านทำไมเสียงดังขนาดนี้ ผลปรากฏว่าแค่ยางบอนที่ศรีษะของผมซิบๆเท่านั้น เป็นไปได้ยังไงทั้งๆที่โดนกระแทกเต็มแรงเกิดขนาดนั้น ทำไมหัวของผมตรงกลางกระหม่อมหนังไม่แตกไม่ถึงโรงหมอ ผมเองไม่แปลกใจเลยว่าคุณพระสมเด็จที่หลวงปู่ก๋วนสร้างดียังไง อีกเรื่องนึงที่กล่าวถึงคือลูกศิษย์ที่เป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรนำไปทดลองยิงปรากฏว่าปืนยิงไม่ออก และฝรั่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไปเที่ยวสวนสนระยองยังเอ่ยปากเรียก หลวงปู่ ก๋วนว่า “The Magic of Monk” หรือ “หลวงปู่ตาทิพย์หูทิพย์” เพราะไม่ว่าจะใกล้ไกลสักแค่ไหนเหล่าญาติโยมที่มีเรื่องทุกข์ใจจะเดินทางมาหาหลวงปู่ขอให้หลวงปู่ดูให้หน่อย(ดูด้วยตาในคุยกับสิ่งที่มองไม่เห็น) ว่าทำไมชีวิตถึงได้ประสบเคราะห์กรรมแบบนี้ และหลวงปู่ท่านก็จะดูให้โดยท่านจะพูดโต้ตอบกับสิ่งที่มองไม่เห็นในอีกมิติหนึ่งแล้วก็บอกให้ญาติโยมนำไปแก้ไข
.....ด้วยบารมีของพระองค์ละร้อยของหลวงปู่ก๋วน อค̣ควโย ได้ดลบันดาลให้ผมพอนึกภาพเรื่องราวปะติดปะต่อในปี 2540 ขึ้นมาได้……
ในบรรดาพระเครื่องที่หลวงปู่ก๋วนท่านได้สร้างเอาไว้ ผมชอบความคลาสสิคขององค์พระสมเด็จซุ้มระฆังปี 2540 ของหลวงปู่ก๋วนท่านมาก เพราะเป็นพระ เนื้อผงที่องค์พระอุดมไปด้วยผงแร่ง่วนดิน กะปิดิน เครือดิน อย่างมาก (หลวงปู่ก๋วนท่านเรียกแร่ทั้งสามชนิดนี้เมื่อถูกนำมาประสมรวมกันจะกลายเป็นธาตุกายสิทธิ์อย่างถาวรนั่นคือสิ่งที่เรียกว่า “เหล็กไหล” ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนหรือเท่ากับเหล็กไหลทุกประการ )

เป็นพิเศษ ทว่าเนื้อพระยังไม่แกร่งเหมือนพระพิมพ์ปรกโพธิ์ที่ท่านสร้างราวๆปี2545-46 เรื่องราวของ ง่วนดิน กะปิดิน และเครือดิน นั้นหลวงพ่อมหาบุญมีท่านได้กรุณาเล่าให้ผมฟังว่าในระหว่างที่หลวงปู่ก๋วนท่านได้ทรงญาณอยู่ภายในถ้ำยังเขตเขาชะเมาชะอางค์โอนได้บังเกิดนิมิตรเห็นเทวดาในถ้ำ(เทพที่รักษาเหล็กไหล) ได้นำเหล็กไหลมาใส่ลงในมือท่านเป็นรูปพรรณสัณฐานขนาดเท่าเม็ดข้าวสารสีดำวางลงในมือหลวงปู่ ท่านเห็นแล้วท่านก็ตอบกลับไปว่า ลูกศิษย์ของอาตมามีมากหากได้ไปก็แบ่งให้กันไม่ครบ เอาอย่างนี้อาตมาขอหินขอแร่ที่อยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ไปแล้วกัน เมื่อเทวดาหรือเทพที่รักษาเหล็กไหลได้ยินอย่างนั้นก็บอกกับหลวงปู่ก๋วนท่านว่า ถ้าอย่างนั้นก็ได้ หลวงปู่ท่านก็จึงเก็บเอาหินและแร่ที่เคยเป็นที่อยู่ที่อาศัยของเหล็กไหลไป ก่อนหยิบท่านได้ถามเทพยาดาที่รักษาเหล็กไหลว่า หินก้อนนี้หยิบได้ไหม เทพยาดาที่รักษาเหล็กไหลก็ตอบว่า ได้ พอท่านหยิบอีกก้อนหนึ่งก็ถามเทพยาดาที่รักษาเหล็กไหลว่าหยิบได้ไหม เทพยาดาที่รักษาเหล็กไหลก็ตอบว่า ไม่ได้ ทุกครั้งที่หลวงปู่ท่านหยิบท่านจะถามอย่างนี้ทุกครั้ง และท่านก็ได้นำหิน ก้อนแร่ต่างๆที่เทพยาดาที่รักษาเหล็กไหลให้มา นำมาสร้างพระสมเด็จอันลือเลื่องทรงพุทธานุภาพสูงเป็นต้นมา (...พระอาจารย์สันต์ วัดเขาตะแบก อ.บ้านค่าย จังหวัดระยอง ท่านชอบเรียกพระสมเด็จที่หลวงปู่ก๋วนสร้างซึ่งก็คือพระอาจารย์ของท่านว่า “พระวัดระฆัง”….หลวงพ่อสันต์ท่านบอกว่าใครที่ดีพร้อมท่านก็จะให้พระวัดระฆังที่หลวงปู่ก๋วนสร้าง...(พูดเมื่อปี 2551 ในขณะที่ผมแบกข้าวสารอาหารแห้งไปถวายท่านที่วัดเขาตะแบก)..)
- ฮิต: 452